ต้นหอม

Last updated: Sep 3, 2016  |  1356 จำนวนผู้เข้าชม  |  พืชผัก สวนครัว การปลูก | เทคนิคน่ารู้

ต้นหอม

 

คุณค่าทางโภชนาการ

                ต้นหอมอุดมไปด้วยวิตามินซี แคลเซียม ฟอสฟอรัส ลดคลอเลสเตอรอล เสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย

 

สรรพคุณทางยา

                สามารถนำใบ ต้น และหัวมารักษาอาการได้โดย

                ต้น กินทั้งต้นต่อเนื่องสดๆ จะช่วยลดไขมันในเส้นเลือด รวมทั้งบำรุงหัวใจ

                ใบ ใช้ใบ หรือก้านต้นหอม 5-6 ก้านต้มกับขิง 2 แว่น กรองเอาน้ำมาดื่ม ช่วยขับเหงื่อ ลดไข้

                ใบและหัว นำมาทุบให้แตกใส่เหล้าขาว ใช้แก้หวัด คัดจมูก น้ำมูกไหล

 

การเตรียมดินแปลงปลูก

                ขุดดินลึกประมาณ 15-20 เซนติเมตร ตากดินไว้ 5-7 วัน แล้วผสมปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก พรวนดินให้ละเอียด เก็บเศษหินกำจัดวัชพืช ยกแปลงเป็นร่องสูงขนาดความกว้าง 1 เมตร ความยาวแล้วแต่พื้นที่ว่าง จากนั้นปรับหน้าดินให้เรียบ

 

การปลูก

1. การปลูกลงแปลง : รดน้ำแปลงให้ชุ่ม คัดเลือกหัวพันธุ์หอมที่มีรากติดอยู่ แกะกลีบหัวพันธุ์ออกมาเล็กน้อย แล้วปักหัวพันธุ์ลงดินประมาณครึ่งหัว เว้นระยะห่างระหว่างต้นและระหว่างแถว 15 เซนติเมตร จากนั้นนำหญ้าหรือฟางแห้งมาคลุมหน้าดินก่อนรดน้ำให้ชุ่ม


2. การปลูกลงกระถาง :  เตรียมดินผสมปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกใส่ในกระถางให้มีความสูง 20-25 เซนติเมตร พรวนให้ร่วนพร้อมเกลี่ยหน้าดินให้เรียบแล้วรดน้ำจนชุ่ม แกะกลีบหัวพันธุ์หอมที่มีรากโผล่เล็กน้อย นำมาปักลงดินให้ลึกประมาณครึ่งหัว จากนั้นนำฟางข้าวหรือแกลบมาคลุมดินเพื่อรักษาความชื้น เสร็จแล้วรดน้ำให้ชุ่ม

 

การดูแลรักษา

                รดน้ำเช้า-เย็น เมื่อต้นหอมเริ่มมีใบยาวให้ลดการให้น้ำเหลือเพียงวันละครั้ง เมื่อต้นหอมอายุ 15-20 วันให้ใส่ปุ๋ยสูตร 20-10-10 หรือสูตร 46-0-0 พยายามรักษาความชื้นให้ดินไว้ โดยการนำฟางแห้ง หญ้าแห้ง เปลือกถั่วลิสงหรือแกลบดินคลุมหน้าดินไว้ เมื่อต้นหอมมีอายุ 30-35 วัน หรือมีความสูงประมาณ 1 ฟุต ก็สามารถเก็บเกี่ยวได้

Powered by MakeWebEasy.com